เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532    จากความร่วมมือขององค์กรชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ จากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมทางเลือกซึ่งเป็นระบบการเกษตรที่สอดคล้องกับระบบนิเวศ วิถีชีวิตชุมชน และสร้างการพึ่งตนเองของเกษตรกรรายย่อย การเกิดขึ้นของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเป็นความพยายามในการเสนอทางเลือกของการทำเกษตรกรรมสำหรับเกษตรกร  รายย่อยที่พบว่า การพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตอาหาร ส่งผลต่อการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนก่อให้เกิดความเสี่ยงแก่ผู้บริโภคในการบริโภคอาหารที่มีสารพิษตกค้าง

เครือข่ายยกระดับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาความรู้  และการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่พัฒนาไป  กระทั่งมีการรวมตัวกันขององค์กรเกษตรกรเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่าย  โดยเฉพาะในช่วงระยะยี่สิบปีที่ผ่านมา เครือข่ายในปัจจุบัน มีองค์กรสมาชิกทั้งที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรชาวบ้าน  เครือข่ายฯ ได้มีการจัดประชุมระดมความเห็นจากองค์กรชาวบ้านเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับการผลิต การแปรรูป และการตลาด โดยจัดเวทีเชื่อมโยงประสบการณ์ การอบรมดูงาน การทดลองหรือการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาเทคนิควิธีการการเกษตร รณรงค์ด้านนโยบายร่วมกับพันธมิตรและภาคีเครือข่ายอื่น  สร้างประสิทธิภาพทางความรู้ และการขับเคลื่อนงาน เพื่อเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศร่วมกัน 

การทำงานเครือข่าย

            แนวทางการทำงานของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก คือการสร้างศักดิ์ศรีของเกษตรกรไทย และความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกรในการพัฒนาแนวคิด และกำหนดทิศทางในภาคเกษตรกรรมด้วยระบบเกษตรกรรมทางเลือก หรือเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งเป็นวิถีการผลิตและการดำเนินชีวิตของเกษตรกรที่สอดคล้องกับระบบนิเวศวิทยาและวัฒนธรรมของชุมชน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อย เกื้อหนุนให้เกิดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อความผาสุกและความอยู่รอดของคนในสังคม ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นว่า  “ความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อย คือความอยู่รอดของสังคมไทย ซึ่งความอยู่รอดของกลุ่มเกษตรรายย่อยคือการเกษตรภายใต้วิถีเกษตรกรรมยั่งยืน และระบบเกษตรกรรมยั่งยืนต้องเป็นวิถีเกษตรหลักของสังคมไทย”

            การทำงานของเครือข่ายมีการเชื่อมประสานร่วมกับพื้นที่การทำงานต่างๆ ได้แก่

1.       พื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย น่าน และลำพูน

2.       พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ได้แก่ พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว

3.       พื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา กระบี่ ชุมพร ระนอง ปัตตานี และนครศรีธรรมราช

4.       พื้นที่ภาคอีสาน ได้แก่ พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ยโสธร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และนครราชสีมา

แนวทางการทำงานของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก คือ

                  1.  การพัฒนารูปแบบ องค์ความรู้

                  การพัฒนารูปแบบ องค์ความรู้การจัดการในการผลิต การแปรรูป และการตลาดของกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำสู่การทำเกษตรในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน  มีการแลกเปลี่ยนเทคนิค องค์ความรู้กันอย่างต่อเนื่อง จัดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคนิคการทำเกษตรในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนให้กับเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ เพื่อนำสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากการใช้สารเคมี ปลูกพืชเชิงเดี่ยว พึ่งพิงปัจจัยการผลิตจากภายนอก มาเป็นรูปแบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมี ปลูกอย่างหลากหลาย และพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด

                  2. การรักษาสิทธิเกษตรกร

                  การรักษาสิทธิเกษตรกร เพื่อลดความเลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมที่มีต่อเกษตรกร จึงมีการติดตามสถานการณ์ จัดวงแลกเปลี่ยน วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลง เผยแพร่ ทำความเข้าใจร่วมกันของกลุ่มเกษตรกรถึงสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และรักษาสิทธิของตนเอง

                3.  การติดตาม ผลักดันงานนโยบาย

การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย โดยการประมวลข้อมูลสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งเชิงนโยบาย การเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ที่มีผลต่อวิถีการทำเกษตรในปัจจุบัน และเคลื่อนไหว ติดตาม ผลักดันเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน  เช่น

-          การเจรจาการค้าเสรี

-          GMOs

-          สารเคมีการเกษตร

-          นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน

เพื่อนำสู่ความเท่าทันสถานการณ์ การคิด วิเคราะห์เชื่อมโยง สามารถออกแบบแนวทางการรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความอยู่รอด และปกป้องฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรรายย่อย

4.  พัฒนาศักยภาพ/สร้างรูปธรรมการอยู่รอดของกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่

เป้าหมายในการทำงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้นิยามการทำงานของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกคือ กลุ่มคนเริ่มต้นเข้าสู่การทำการเกษตรในระบบเกษตรยั่งยืน ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบการผลิตมาสู่การผลิตในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-45 ปี 

ในการสืบทอดเกษตรกรรมยั่งยืน ในกระบวนการทำงานได้ดำเนินงานในด้าน

1. เสริมศักยภาพให้ความรู้ด้านการทำเกษตรกรรมยั่งยืน การวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อภาคเกษตร

2. เชื่อมร้อยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์การทำเกษตร สร้างขวัญและกำลังใจของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ เป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้พบเจอกัน สร้างความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อ และหนุนเสริมกันและกัน พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนของกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่เข้าเป็นพลังร่วมกับการเคลื่อนไหว ผลักดันนโยบายเพื่อสนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

3.  สร้างรูปธรรมการอยู่รอดของคนรุ่นใหม่ภายใต้วิถีเกษตรกรรม พัฒนาให้เห็นรูปธรรมการอยู่รอดของเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้วิถีการเกษตร การปรับตัว หลักคิด แนวทางปฏิบัติของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากกลับมาทำการเกษตร

4.  สื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับวิถีเกษตรกรรม นำเสนอให้เห็นชุดประสบการณ์ รูปธรรมการอยู่รอดของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวิถีการเกษตร

5. การสื่อสารสาธารณะ

เพื่อให้สาธารณะเห็นคุณค่าของเกษตรกร และเห็นความสำคัญของการทำเกษตรในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ผ่านชุดประสบการณ์ องค์ความรู้ในการสืบทอดและสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรมในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อเกษตรกร

เผยแพร่ข้อมูลด้านวิถีวัฒนธรรม องค์ความรู้ในวิถีการผลิตและการบริโภคต่อสาธารณะ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงด้านผลกระทบ ความไม่ธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยต่อสาธารณะให้รับรู้เพื่อให้เกิดสำนึกร่วมกันในการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย และระบบเกษตรกรรมยั่งยืน