“ฮักแพง แบ่งปัน เมล็ดพันธุ์บ้านเฮา” ถูกใช้เป็นชื่อตีมของงานมหกรรมพันธุกรรมพื้นบ้าน ภาคอีสาน 62 ซึ่งปีนี้ถูกจัดเป็นครั้งที่ 12 แล้ว ด้วยเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเห็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมพื้นบ้านรวมถึงนวัตกรรมความรู้ต่างๆที่นำมาบอกเล่า ส่งต่อให้กับเครือข่ายที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และการจัดงานในปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่มีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ การติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตรโดยการจัดเวทีอัพเดทความก้าวหน้าร่าง พ.ร.บ. เกษตรกรรมยั่งยืนที่ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ขั้นตอนกฤษฎีกาแล้ว และอีกไม่นานคาดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะถูกนำมาใช้และเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร

 

เป็นธรรมเนียมประเพณีของการจัดมหกรรมพันธุกรรมอีสาน ซึ่งจะขาดกิจกรรมชิมข้าวไม่ได้ และปีนี้เราจัดกิจกรรมที่กว้างออกไปจากภาคอีสานมีพี่น้องจากแต่ละภาคมาร่วมด้วยและไม่พลาดที่จะนำพันธุ์ข้าวท้องถิ่นของตัวเองมาร่วมกิจกรรมชิมข้าว ปีนี้มีการจัดการประกวดออกเป็น  6 ประเภท ได้แก่ ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวขาว เจ้าดำ เจ้าแดง เจ้าขาว เป็นการสร้างสีสันให้กับกิจกรรมเป็นอย่างมาก และพันธุ์ข้าวที่ได้รับรางวัลอร่อยที่สุดในปีนี้ในประเภทเหนียวดำ เป็นพันธุ์ข้าวก่ำดอ จากกลุ่มข้าวหอมดอกฮัง พันธุ์ข้าวเหนียวแดงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมาจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองคู-ศรีวิลัย ส่วนพันธุ์ข้าวเหนียวขาวมาจากกลุ่มกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน ตำบลกำแมด พันธุ์เหนียวมะลิหอม ส่วนประเภทข้าวเจ้าพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือมะลิดำ จากกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองคู-ศรีวิลัย ส่วนพันธุ์ข้าวเจ้าแดงได้แก่ มะลิแดง จากกลุ่มวิสาหกิจปลูกพืชเศรษฐกิจพอเพียง บ้านจานใต้ และรางวัลสุดท้ายเป็นข้าวเจ้าขาวคือ หอมใบเตย จากกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองคู-ศรีวิลัย ปีนี้กลุ่มนี้มาแรงครับ ปีเดียวกวาดไป 3 รางวัลชนะเลิศ

สำหรับห้องเรียนแลกเปลี่ยนความรู้ในปีนี้เราจัดไว้ 2 รูปแบบ  3 ห้อง ได้แก่ ห้องอัพเดทงานนโยบายการทำการค้าเมล็ดพันธุ์ที่ปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรค้าเมล็ดพันธุ์เพิ่มมากขึ้นแต่ยังเป็นการค้าแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นถ้าเกษตรกรอยากทำให้ถูกต้องในห้องนี้มีคำตอบซึ่งได้มาจากบทเรียนประสบการณ์ของพี่น้องจากจังหวัดยโสธรที่ทำการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าว และผู้ศึกษาข้อมูลการขึ้นทะเบียนพันธุ์เพื่อจำหน่าย สำหรับห้องที่สองเป็นห้องเรียนเรื่องเทคนิคความรู้การเก็บเมล็ดพันธุ์ผัก โดยอาจารย์พัฒนา พาสอน จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีพี่น้องเกษตรกรหลายคนสนใจการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและคิดว่าห้องนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักปรับปรุงพันธุ์ครับ ห้องที่สามเน้นเรื่องการแปรรูปข้าวพื้นบ้าน ปีนี้มีความรู้เรื่องแป้งข้าวมาหลายรายการครับ ได้แก่ พิซซ่าจากแป้งข้าว ขนมจีน ขนมฝรั่งเศสที่เรียกว่ “ทูเล่ห์” รวมถึงการแปรรูปข้างเป็นเครื่องประทินผิวครับ นับว่าเป็นนวัตกรรมจากแป้งข้าวพื้นบ้านที่ถูกยกระดับและเพิ่มมูลค่าอย่างเห็นได้ชัด และคาดว่าอีกไม่นานเกินรอผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าวพื้นบ้านจะได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

อย่างที่เกริ่นไว้ในช่วงแรก ปีนี้เราจัดกิจกรรมใหญ่ขึ้นกว่าปีก่อนๆ โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการจัดสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืนเชิงประเด็น “เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งเป็นประเด็นระดับประเทศที่กระทรวงฯ ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของสิ่งเล็กๆที่ได้ชื่อว่าเมล็ดพันธุ์ เป็นต้นกำเนิดของการก่อเกิดสิ่งมีชีวิตและระบบอาหาร และพันธุกรรมท้องถิ่นควรเป็นของทุกคนไม่ใช่เพียงแต่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมล็ดพันธุ์ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ตามท้องตลาดอยู่มากมายและเมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่สามารถปลูกได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น (ถ้านำไปปลูกต่อจะทำให้ผลผลิตลดลง) สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์จากบริษัทปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพที่ดีที่สุดแต่ต้องแลกมากับการปลูกได้แค่ครั้งเดียวรวมถึงราคาที่ค่อนข้างแพง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องแบกรับอย่างลีกเลี่ยงไม่ได้

  

หากย้อนกลับมาในเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก พี่น้องเครือข่ายฯยังเห็นความสำคัญของเมล็ดพันธุ์ที่ยังคงใช้เมล็ดพันธุ์ที่เรียกได้ว่าเป็น “เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น” ที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน และนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ภาครัฐเริ่มเห็นความสำคัญและร่วมผลักดันให้เกษตรกรใช้และปรับปรุงพันธุกรรมท้องถิ่นของตัวเอง จึงเป็นที่มาของการจัดสมัชชาครั้งนี้ขึ้นมา โดยมี ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อ.ยักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นประธาน ทั้งนี้เพื่อรับฟังความเห็นจากผู้เข้าร่วมและจะนำไปปรับเป็นแนวนโยบายในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนต่อ

  

กิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์ของมหกรรมพันธุกรรมท้องถิ่น ภาคอีสานแต่ละปีคือ “การแลกเปลี่ยนพันธุกรรม” เมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์จากพี่น้องเครือข่ายเกษตรกรรทางเลือกแต่ละพื้นที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้ในซองซิปเล็กๆ เกือบพันซอง มีทั้งข้าว เมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ นาๆ ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบรอการส่งต่อไปยังพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ และผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์ครั้งนี้จะถูกคัดสรรและนำมาร่วมแลกเปลี่ยนอีกครั้งในการจัดงานปีหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่กิจกรรมแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ พี่น้องเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกได้ร่วมประกาศเจตนารมย์ที่จะคงไว้ซึ่งหลักการ รูปแบบการทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยพ่อบุญส่ง มาตรขาว ประธานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน เป็นตัวแทนในการประกาศเจตนารมย์ครั้งนี้ โดยมีใจความสำคัญคือ

1.      1.  ร่วมกันสร้างเครือข่ายอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นให้มีการแลกเปลี่ยนพันธุ์ตลอดจนคัดค้านนโยบายที่เป็นอุปสรรคต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเกษตรกรรายย่อย

2.       2. สร้างเครือข่ายนักปรับปรุงพันธุ์ทั้งพืชและสัตว์ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

3.       3. พัฒนาและขยายวิสาหกิจชุมด้านพันธุกรรมและยกระดับทั้งคุณค่าทางอาหารและทางยาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ

หลังจากที่ทุกคนร่วมประกาศเจตนารมย์แล้ว บรรดาเมล็ดพันธุ์ต่างๆก็ถูกจับจองกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างของประเทศไทยและคาดหวังว่าเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวจะเจริญเติบโตงอกงามให้ดอกออกผล เป็นการสืบทอดเจตนารมย์ของเกษตรกร สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และจะถูกคัดเลือกมาร่วมแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งในปีต่อๆไป

 

คลิกดูภาพกิจกรรมที่นี่ครับ